สามทหารเสือแห่งการบริหารผลงาน


ในการบรรยายเรื่อง OKRs ทุกครั้งผมจะเปรียบเทียบการใช้งาน KPI ในองค์กรว่ามีอยู่ 2 ระดับ นั่นคือระดับกลยุทธ์ หรือ OKRs และระดับปฏิบัติการ หรือที่เรียกว่า Health Metric ซึ่งการใช้ KPI ในระดับกลยุทธ์ หรือ OKRs นั้นจะมีเป้าหมายเพื่อสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นกับองค์กร ส่วน Health Metric จะเป็น KPI ที่นำมาใช้ในการควบคุมให้การทำงานของกระบวนการต่างๆ ในองค์กรเป็นไปอย่างที่กำหนดไว้ตามมาตรฐาน หรือตามค่าควบคุมต่างๆ ที่ได้มีการออกแบบไว้


โดยมีการเปรียบเทียบว่า OKRs ไว้เหมือนกับจอ GPS ในการขับรถที่ช่วยบอกเราว่าจะไปให้ถึงจุดหมายปลายทางในเวลาที่ต้องการได้อย่างไร ส่วน Health Metric จะเปรียบเหมือนกับหน้าจอบนแผงคอนโซล ที่บอกถึงระดับน้ำมัน ระดับความเร็ว รวมถึงสัญญาณผิดปกติต่างๆ ของรถยนต์ ซึ่งตัวชี้วัดเหล่านี้ จะช่วยบอกว่าการขับรถของเราเป็นปกติหรือไม่ หรือมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในระหว่างการขับรถหรือไม่ แต่ไม่ได้ช่วยบอกเราว่าจะไปถึงปลายทางได้อย่างไร


ดังนั้นในการขับรถเพื่อไปให้ถึงปลายทางที่ต้องการในเวลาที่กำหนด จึงจำเป็นที่จะต้องมีการใช้งานทั้งสองจอ นั่นคือจอ GPS และจอหน้าปัดบนแผงคอนโซล ขาดจอใดจอหนึ่ง อาจทำให้เราไปไม่ถึงปลายทางที่ต้องการได้ หรือไปถึงได้แต่อาจจะล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนดไว้ เช่นเดียวกัน ในการทำงานเพื่อให้องค์กรสามารถบรรลุเป้าหมาย และเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จำเป็นที่จะต้องมีการใช้ KPI ทั้งสองระดับ นั่นคือ OKRs ในระดับกลยุทธ์ และ Health Metric ในระดับปฏิบัติการ



มีคนถามผมต่อว่าแล้วเรื่องของ CFR ที่บอกว่ามีความสำคัญกับการบริหารผลงานด้วย OKRs นั้น เปรียบเทียบแล้วเหมือนกับอะไร ผมจะตอบไปว่า CFR นั้นเปรียบเหมือนกับน้ำมันเชื้อเพลิงที่เราเติมเข้าไปในรถ เพื่อให้รถสามารถขับเคลื่อนไปยังที่ที่เราต้องการได้ เช่นกัน CFR ก็เหมือนกับสิ่งที่ช่วยทำให้องค์กรนั้นมีชีวิต มีพลังงานดีๆ ที่จะทำให้สามารถขับเคลื่อนไปยังเป้าหมายที่องค์กรต้องการได้ CFR ช่วยให้ผู้คนในองค์กรทำงานอย่างสอดคล้อง ไปในทิศทางเดียวกัน เกิดความร่วมมือกันในการทำงาน และช่วยให้สามารถทำงานได้อย่างไหลลื่น

.

ดังนั้นในการบริหารผลงานอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นที่จะต้องมีทั้ง OKRs เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง สร้างความสามารถในการแข่งขัน และทำให้องค์กรบรรลุวิสัยทัศน์ได้อย่างที่ต้องการ ต้องมี KPI ที่ทำหน้าที่เป็น Health Metric คอยตรวจวัดสุขภาพขององค์กรให้มั่นใจว่า มีสุขภาพที่ดี มีการดำเนินการอย่างมีประสิทธิผล สอดคล้องตามมาตรฐานการปฏิบัติงานต่างๆ ที่กำหนดไว้ และไม่ทำให้เกิดปัญหาในระหว่างการทำงาน สุดท้ายจะต้องมี CFR เพื่อช่วยให้องค์กรทำงานอย่างมีความสุข ร่วมแรงร่วมใจในการทำงานให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน คนทำงานได้เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับองค์กร สร้างให้เกิดความสำเร็จทั้งในระดับบุคคลและระดับองค์กร

ดู 6 ครั้ง0 ความคิดเห็น